การตลาดเพื่อให้ธุรกิจออนไลน์ยอดขายปัง 2021

การตลาดเพื่อให้ธุรกิจออนไลน์ยอดขายปัง

ธุรกิจออนไลน์ เกิดขึ้นเมื่อโลกมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เทคโนโลยีใหม่ๆที่มนุษย์คิดค้นขึ้น เริ่มจากคอมพิวเตอร์ จนมาถึงสมาร์ทโฟน และอุปกรณ์ไอทีต่างๆที่สามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ ทำให้เกิดเป็นโลกออนไลน์ขึ้น ทำให้ในยุคนี้ไม่ว่าใครก็หันมาทำธุรกิจออนไลน์ เพราะในปัจจุบันธุรกิจออนไลน์เป็นธุรกิจที่เติบโตอย่างรวดเร็ว และขับเคลื่อนได้ไม่ว่าสถานการณ์ไหนๆ สังคมออนไลน์ หรือสังคมแห่งโลกโซเชียล ไม่ว่าจะเป็นเด็ก วัยรุ่น หรือผู้สูงอายุต่างพากันเข้าสู่โลกออนไลน์นี้จนกลายเป็นอีกหนึ่งวัฒนธรรม ผู้คนเสพสื่อผ่านอินเตอร์เน็ตมากยิ่งขึ้น หากธุรกิจไม่ปรับตัวให้ทันตามเหตุการณ์บ้านเมืองก็อาจก่อให้เกิดความล้าสมัย และเป็นอันต้องพ่ายแพ้ให้กับธุรกิจคู่แข่งเพราะโดนแย่งส่วนแบ่งทางการตลาดไปจนหมด

การตลาดออนไลน์คืออะไร สำคัญกับธุรกิจอย่างไร

การตลาดออนไลน์คืออะไร สำคัญกับธุรกิจอย่างไร
การตลาดออนไลน์คืออะไร สำคัญกับธุรกิจอย่างไร

การตลาดออนไลน์ (Digital Marketing) คือ การทำการตลาดหรือกิจกรรมทางธุรกิจผ่านสื่อออนไลน์ต่าง เช่น Facebook Twitter, Instagram, YouTube , ตลอดจนการโฆษณาบนเว็บไซต์ หรือ Google, แอพน้องใหม่อย่าง Tiktok และอื่นๆอีกมากมาย โดยใช้เครือข่ายอินเตอร์เน็ตเป็นตัวเชื่อม

Awareness สร้างการรับรู้

สิ่งสำคัญของการทำธุรกิจทุกประเภทก็คือการ สร้างการรับรู้ ถ้าคนไม่รู้จักสินค้าก็จะไม่มีลูกค้ามาซื้อ โดยใช้งบประมาณการเริ่มต้นที่ต่ำ และสามารถวัดผลได้รวดเร็วกว่าสื่อ Traditional media ส่วนข้อเสียก็คือ ในโลกออนไลน์มีสื่อออนไลน์อยู่เป็นจำนวนมาก และมีการแข่งขันที่ดุเดือดเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าของตนได้มากที่สุด แบ่งได้ 2 ประเภทคือ inbound marketing และ outbound marketing

Discovery การค้นพบ

เพื่อให้ target audience รู้จักแบรนด์มากขึ้น และสร้างโอกาสที่จะกลายมาเป็นลูกค้าในอนาคต โดยสร้าง content เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับแบรนด์ และเกิดการบอกต่อ โดยในขั้นตอนนี้ผู้คนจะเริ่มได้ข้อมูลผ่านหูผ่านตาเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการของแบรนด์เราหรือมีการรับรู้ว่า มีสินค้าหรือบริการที่น่าจะตอบสนองความต้องการของตนเองได้

โดยเริ่มแรกผู้ที่มีความสนใจในสินค้าจะค้นหาข้อมูลเพื่อเรียนรู้ศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่งวิธีแรกที่ผู้คนมักจะทำก็คือ การเสิร์ชค้นหาข้อมูลบน Google แล้วเข้าเว็บไซต์เพื่อหาข้อมูลที่เป็นประโยชน์ และในขั้นตอนนี้นี่เองที่ผู้คนจะเริ่มค้นพบแบรนด์ของเรา ในกรณีที่เว็บไซต์ของเรา ติดอันดับหน้าแรกบนผลการค้นหาของ Google

3 Consideration การพิจารณา

เป็นการให้ข้อมูลของสินค้า จะต้องเป็นข้่อมูลที่ว่าสินค้าของเราจะช่วยแก้ปัญหาลูกค้าได้อย่างไร สินค้าจะตอบโจทย์ต่อความต้องการของลูกค้าอย่างไรหรือการอธิบายว่า สินค้าหรือบริการของเราช่วยให้ชีวิตของพวกเขาเหล่านั้นดีขึ้นได้อย่างไร

ในขั้นตอนนี้ คุณสามารถสื่อสารและนำเสนอแก่ผู้บริโภคได้โดยตรงว่า สินค้าหรือบริการของเรานั้น สามารถช่วยแก้ไขปัญหาของพวกเขาได้อย่างไร และทำไมลูกค้าถึงเหมาะสมกับสินค้าหรือบริการของแบรนด์เรา สิ่งที่ควรระวังก็คือ ในขั้นตอนนี้ลูกค้าจะยังไม่ปักใจเชื่อคุณซะทีเดียว เพราะว่ายังมีข้อมูลเว็บไซต์ของคู่แข่งอีกมากมาย ก็มีข้อมูลที่น่าสนใจเช่นเดียวกัน ไม่ได้มีแค่เว็บไซต์ของคุณเพียงเว็บเดียว

และในขั้นตอนนี้เอง หากคุณสามารถเผยแพร่ Content ที่ตอบโจทย์พวกเขาได้ ผู้บริโภคก็เริ่มเห็นความแตกต่างและเริ่มเปรียบเทียบข้อมูลของแต่ละแบรนด์ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น สิ่งที่คุณสามารถนำเสนอรูปแบบของ Content ในขั้นตอนนี้ ควรจะเป็นกรณีศึกษาเกี่ยวกับสินค้า หรือบริการของแบรนด์คุณ Content ประเภท How-to ให้ความรู้ในการนำสินค้าหรือบริการของคุณไปใช้แก้ไขปัญหาหรือตอบโจทย์ต่าง ๆ ที่มีอยู่ในใจของผู้บริโภครายละเอียดและข้อมูลเชิงลึกของสินค้าหรือบริการของคุณ

4 Conversion การเปลี่ยนเป็นลูกค้า

เพื่อปิดการขายกับลูกค้า โดยแสดงรายละเอียด และจุดเด่นของสินค้าที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแบรนด์คุณ

ในขั้นตอนนี้ผู้บริโภคจะเกิดความสนใจอย่างยิ่ง ที่จะทำการซื้อขายกับแบรนด์ของคุณ โดยคุณจะต้องโน้มน้าว เพิ่มความน่าเชื่อถือ และความมั่นใจอีกเล็กน้อยต่อลูกค้า เพียงให้คุณกระตุ้นให้ถูกจุด ผู้บริโภคก็พร้อมที่จะจ่ายเงินให้คุณในทันที ดังนั้น ในขั้นตอนนี้ คุณสามารถนำเสนอการขายอย่างตรงไปตรงมา สิ่งที่คุณต้องทำในขั้นตอนนี้ก็คือ Social Proof หรือ Testimonials ที่ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ รีวิวจากลูกค้าที่เคยอุดหนุนไปก่อนหน้านี้ และใช้ระบบการรับชำระเงินที่น่าเชื่อถือและมีระบบป้องกันสูงเพื่อปกป้องข้อมูลของลูกค้า

5 Customer Relationship การสานสัมพันธ์กับลูกค้า

โดยขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนเพื่อการติดต่อสื่อสารกับลูกค้า เพื่อนำไปสู่การเป็นลูกค้าประจำ ด้วยการสร้าง content สำหรับลูกค้าที่เคยซื้อและใช้สินค้ามาแล้ว

หลังจากที่ลูกค้าซื้อและใช้สินค้าไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่จบเพียงเท่านั้น ยังต้องมีการส่งสินค้า ขอรีวิวจากลูกค้า การรับประกัน และให้ความรู้เพิ่มเติม เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ตัวอื่นๆ เพื่อจูงใจให้ลูกค้ากลับมาซื้อใหม่อีกครั้ง

  • ในขั้นตอนนี้ จำเป็นต้องออกแบบคำสื่อสารที่แตกต่างออกไป จากขั้นตอนแรก ๆ ที่พวกเขาเหล่านี้ ยังไม่ได้เป็นลูกค้าของเรา ขั้นแรก ให้คุณคำนวณมูลค่าทั้งหมดที่จะเกิดขึ้นตลอดช่วงชีวิตของลูกค้าแต่ละราย มีสูตรคำนวณดังนี้ Customer Lifetime Value (CLV) = ระยะเวลาที่ลูกค้าใช้บริการ (ปี) x (จำนวนสัปดาห์ใน 1 ปี x มูลค่าเฉลี่ยของลูกค้า x กำไรเฉลี่ยของลูกค้า) 

ยกตัวอย่าง – หากสินค้าของคุณคือ สบู่สมุนไพร ราคา 100 บาท โดยคาดว่าลูกค้าจะยังคงเลือกใช้สินค้าของเราเป็นเวลา 10 ปี โดยมูลค่าเฉลี่ยของลูกค้าที่จับจ่ายใช้สอยในแต่ละสัปดาห์ คือ 100 บาท โดยกำไรเฉลี่ยของลูกค้าอยู่ที่ 20% — ดังนั้น

  • Customer Lifetime Value (CLV) = 10 x (52 x 100 x 0.20) = 10,400 บาท 

เมื่อรู้ตัวเลขของ Customer Lifetime Value แล้ว นั่นคือตัวเลขที่ลูกค้าคนหนึ่ง ๆ จะสร้างกำไรให้กับเราได้ ดังนั้น งบประมาณที่ใช้ในการรักษาฐานลูกค้า ก็ไม่ควรจะเกินตัวเลขนี้ เพราะหากมีค่าการตลาดที่สูงกว่าที่คำนวณเอาไว้อาจมีโอกาสขาดทุน

6 Retention การรักษาฐานลูกค้าเดิม

การรักษาฐานลูกค้าเดิมเพื่อให้เกิดการซื้อซ้ำ ผ่านกระบวนการบริการหลังการขาย ให้ความช่วยเหลือกับลูกค้าในด้านต่าง ๆ โดยในขั้นตอนนี้ต้องออกแบบ Content Marketing ที่แตกต่างออกไป เพราะในขั้นตอนนี้ จะเน้นที่การเพิ่มยอดขายจากฐานลูกค้าเดิมเป็นหลัก ซึ่งจะช่วยประหยัดงบประมาณในการทำการตลาดได้อย่างมาก

ลักษณะ Content Marketing ที่ต้องทำ อาทิ การให้ข้อมูลความรู้เชิงลึกที่ลูกค้าสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับสินค้าและบริการของคุณได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากขึ้น โดยคุณอาจทำในรูปแบบของเอกสารดิจตอลแจก หรือวีดีโอคลิปดี ๆ ให้รับชม รวมไปถึงการส่งข้อเสนอพิเศษต่าง ๆ ในรูปแบบของ Voucher และ Coupon เป็นต้น

ช่องทางการทำการตลาดออนไลน์

ช่องทางการทำการตลาดออนไลน์
ช่องทางการทำการตลาดออนไลน์

การตลาดออนไลน์ในปัจจุบันมีหลายช่องทางให้คุณได้เลือก เพราะในเมื่อมีผู้คนที่ใช้สื่อโซเชียลมีเดียเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดช่องทางต่างๆมากมาย รวมไปถึงการตลาดออนไลน์ก็เติบโตอย่างมากในปัจจุบัน

1. Social Marketing

การตลาดที่เน้นการเข้าถึง กลุ่มลูกค้า บนโลกออนไลน์ต่างๆ เช่น Facebook, Twitter, Instagram, ฯลฯ อีกมากมาย โดยการตลาดบน Social Marketing มักจะได้รับความนิยมมากกว่าช่องทางอื่นๆ

2. Search Engine Marketing

การตลาดบน Search Engine เป็นการทำให้เว็บไซต์ของแบรนด์สินค้าติดหน้าแรกของ Google หรือเรียกอีกอย่างว่า SEO (Search Engine Optimization) เพื่อให้ลูกค้าเห็นสินค้าของเราได้ก่อนใคร ด้วยการปรับเว็บไซต์ให้มีคุณภาพตรงตามที่ Google ต้องการ

3. Email Marketing

การใช้ช่องทางอีเมลในการทำการตลาด เพื่อกระจายข่าวสาร และโปรโมชั่นต่างๆไปยังกลุ่มลูกค้าที่เราต้องการ ถือว่า Email Marketing เป็นช่องทางที่ใช้ต้นทุนการตลาดที่ถูกที่สุดเลยก็ว่าได้ เมื่อเปรียบเทียบกับการตลาดบนช่องทางอื่นๆ

4. Line Marketing

การใช้ช่องทาง Line ในการทำการตลาด ด้วยการส่งข่าวสาร และโปรโมชั่นต่างๆ ด้วยการเก็บข้อมูลพบว่าในประเทศไทยมีผู้ใช้แอปพลิเคชั่น Line มากกว่า 83% เลยทีเดียว เรียกได้ว่าเป็นแอปพลิเคชั่นที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน

5. Banner

การทำโฆษณาโดยใช้ Banner ของเว็บไซต์ต่างๆ ก็เป็นอีกหนึ่งกระแสที่ค่อนข้างจะได้รับความสำคัญ เพราะสามารถเข้าถึงลูกค้าได้อย่างตรงกลุ่มเป้าหมาย ยกตัวอย่างเช่น ธุรกิจอาหารที่นำโฆษณาไปฝากไว้ตามเว็บไซต์อาหาร หรือเว็บไซต์แหล่งรวบรวมร้านอาหาร รีวิวร้านอาหาร ในขณะที่ธุรกิจโรงแรมได้นำโปสเตอร์โฆษณาไปฝากไว้ตามเว็บท่องเที่ยว เป็นต้น

ประโยชน์ของการตลาดออนไลน์

ประโยชน์ของการตลาดออนไลน์
ประโยชน์ของการตลาดออนไลน์

การตลาดออนไลน์มีความสำคัญเป็นอย่างมากในปัจจุบัน เพราะสื่อออนไลนผืที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทำให้การทำธุรกิจออนไลน์ และการตลาดออนไลน์ เป็นสิ่งที่ผู้คนเลือก ไม่ว่าจะเป็นการตลาดที่ทำผ่านข้อความ ตัวอักษร รูปภาพ หรือวิดีโอ ที่กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน นอกจากจะช่วยให้สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างกว้างขวางแล้ว ยังเป็นการประหยัดต้นทุนอีกด้วย โดยประโยชน์ของการตลาดออนไลน์ มีดังต่อไปนี้ 

1.เข้าถึงลูกค้าจำนวนมาก

ในโลกออนไลน์เป็นโลกแห่งการสื่อสารที่ไร้พรมแดน จะมีข้อจำกัดก็เพียงแค่อินเตอร์เน็ตของคุณ ดังนั้นการทำการตลาดออนไลน์จะช่วยให้สามารถเข้าถึงลูกค้าได้มากยิ่งขึ้นเพราะน้อยคนที่จะไม่ใช้สื่อออนไลน์ อีกทั้งยังสามารถเข้าถึงลูกค้าเฉพาะกลุ่มที่ต้องการ หรือเป็นลูกค้าในกลุ่มเป้าหมาย เพื่อการกระจ่ายสินค้าที่ตรงจุด และตรงความต้องการของผู้บริโภค

2.สร้างภาพลักษณ์ที่ดี

เพื่อเสริมสร้างความน่าเชื่อถือ เพราะการทำการตลาดออนไลน์จะแสดงให้เห็นว่าแบรนด์ได้มีการพัฒนาอยู่ตลอด ทำให้ลูกค้าเชื่อถือในแบรนด์ นอกจากนั้นแล้วยังสามารถใช้ช่องทางออนไลน์ในการสร้างทีมขาย หรือระบบตัวแทนจำหน่าย เพื่อกระจายสินค้าให้ผู้คนรู้จักแบรนด์มากยิ่งขึ้นอีกด้วย

3.ใช้ต้นทุนต่ำ

การทำการตลาดออนไลน์มีการใช้ต้นทุนที่ต่ำสามารถกำหนดและควบคุมงบประมาณได้ เหมาะสำหรัลธุรกิจขนาดเล็ก และธุรกิจที่เกิดขึ้นใหม่ที่ไม่มีงบสำหรับการตลาดมากนัก

4.ทำการตลาดได้ 24 ชม.

อีกหนึ่งข้อดีของการทำการตลาดออนไลน์ก็คือ สามารถทำการตลาดได้ตลอด 24 ชม. ไม่มีวันหยุด เพราะบนโลกออนไลน์ไม่มีการหลับใหล ทุกคนสามารถเข้าใช้งานได้ตลอดเวลา ช่วยอำนวยความสะดวกให้การซื้อขายสามารถทำได้ตลอด 24 ชม.

5.วัดผลได้โดยง่าย

เพราะแอปพลิเคชั่นต่างๆบนสื่อออนไลน์พัฒนามาเพื่อรองรับการทำการตลาดโดยเฉพาะ ทำให้มีการวัดผลที่ง่ายดาย ยกตัวอย่างเช่น การโฆษณาบน Google Ads ที่มีระบบ Analytics สามารถโชว์ผลลัพธ์จากการทำโฆษณาทุกรูปแบบบน Google Ads ทำให้ไม่ต้องเสียเวลามานั่งวิเคราะห์ หรือพล็อตกราฟเองให้ยุ่งยาก เป็นต้น

6.สร้างความสัมพันธ์ที่ดี

การตลาดออนไลน์เป็นการทำให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ไม่ว่าจะเป็นบริการให้คำปรึกษาหลังการขาย หรือบริการสอบถามปัญหาการใช้งานในทุกรูปแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยี AI ที่เข้ามามีบทความเพิ่มมากขึ้น โดยระบบ Chabot ที่ทำหน้าพูดคุยกับลูกค้า หรือสามารถรับมือกับลูกค้าจำนวนมากได้อย่างมีประสิทธิภาพ

8 เทรนด์การตลาดออนไลน์

8 เทรนด์การตลาดออนไลน์
8 เทรนด์การตลาดออนไลน์

1. First Party Data

ก่อนหน้านี้การเก็บข้อมูลจะต้องพึ่งพาบุคคลที่สาม (Third Party) แต่ด้วยความเป็นห่วงในเรื่องของข้อมูลส่วนตัว (Data Privacy) ของผูบริโภคที่มีมากขึ้น และ พรบ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ PDPA จากภาครัฐ ทำให้ในปัจจุบัน การเก็บข้อมูลกลุ่มเป้าหมายโดยตรงของแบรนด์เองแบบนี้ เรียกว่า First Party Data ดังนั้นในปี 2021 นี้ นักการตลาดจำเป็นต้องสร้างกลยุทธ์และออกแบบวิธีในการขอและจัดเก็บ (First Party Data) อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อนำไปต่อยอดในการจัดการและวิเคราะห์ข้อมูลเหล่านั้นก่อนจะนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป

2. D2C (Direct to Consumer)

ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ทำให้ D2C หรือ Direct to Consumer การสื่อสารและขายตรงสู่ผู้บริโภคผ่านออนไลน์และการจัดส่งสินค้าตรงถึงมือผู้ซื้อ สามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพและเห็นผลจริง แม้สัดส่วนจะยังน้อยกว่าการขายผ่านค้าปลีกปกติก็ตาม

3. Social Commerce

ข้อดีของ Live Commerce คือความสนุกถือว่าเป็น entertainment แบบหนึ่งของผู้ชม ส่วน Conversatoinal Commerce คือการผสมผสานระหว่างการช้อปออนไลน์กับหน้าร้าน เพราะผู้ซื้อสามารถพูดคุยสอบถามและต่อรองกับผู้ขายได้โดยตรงแทนที่จะกดบนหน้าจอเพียงอย่างเดียว ซึ่งตรงกับจริตของนักช้อปคนไทยเป็นอย่างมาก

4. วิดีโอสั้นแนว TikTok และ Stories

เพราะวีดีโอมีความสั้นและรัดกุม แต่อัดแน่นไปด้วย content ที่มีคุณภาพ ลดความรำคาญต่อผู้ที่มาดูวีดีโอได้เป็นอย่างดี

5. Fast vs Right

ในยุคที่ทุกแรนด์ต้องการอัพเดทสถานการณ์ปัจจุบันเพื่อตามให้ทันกระแส ณ เวลานั้นๆ แต่สิ่งที่ต้องคำนึงก็คือ ความเร็ว ไม่สำคัญเท่ากับ ความถูกต้องหรือความเหมาะสม เพราะถ้าเร็วแต่ไม่ถูกต้องอาจได้รับกระแสตอบรับจากสังคมในด้านลบ และทำให้ภาพลักษณ์ของแบรนด์เสียหายได้

6. Proactive CRM

Customer Relationship Management (CRM) ที่ให้ลูกค้าสะสมแต้มแลกของอะไรพวกนี้เพียงอย่างเดียว ต้องทำในรูปแบบเชิงรุก บุกเข้าไปหาลูกค้าเดิมให้พวกเขากลับมาซื้อซ้ำอีกบ่อย ๆ มองภาพว่าแทนที่ก่อนหน้านี้เราเน้นการสร้าง awareness กับคนที่อาจจะยังไม่รู้จักแบรนด์และสินค้าเราดีพอ เพื่อให้เกิดความสนใจที่จะหาข้อมูลเพิ่มเติมจนถึงอยากได้สินค้าของเรา เป็นการเน้นสื่อสารกับคนที่รู้จักแบรนด์และสินค้าเราอยู่แล้วและทำให้พวกเขาสนใจและอยากจะซื้อสินค้าหรือบริการเราซ้ำอีกนั่นเอง

7. Influencer/KOLs กับ conversion

การใช้ Influencer/KOLs ยังคงเป็นทางเลือกหลักของนักการตลาด จากข้อมูลโดยสมาคมโฆษณาดิจิทัลประเทศไทยในปี 2020 งบประมาณโฆษณาดิจิทัลทั้งหมดเพิ่มขึ้น 12% จากปีก่อน แต่ถ้าแยกเฉพาะงบประมาณที่ลงกับ Influencer นั้น เพิ่มขึ้นถึง 30% เลยทีเดียว ซึ่งก่อนหน้านี้เวลาที่แบรนด์ใช้ Influencer และ KOLs ในแคมเปญมักจะคาดหวังที่เรื่องสร้างการรับรู้เป็นหลัก

8. Virtual Everything

เทรนด์สุดท้ายที่น่าจับตามองคือเรื่องของ virtual ไม่ว่าจะเป็น virtual event, virtual seminar, virtual concert โดยจากที่โลกก่อนโควิด (pre-Covid-19 world) พวก virtual experience เหล่านี้ไม่ได้รับความสนใจมากนัก หรือเป็นที่นิยมในกลุ่มเล็ก ๆ เท่านั้น แต่หลังจาก Covid-19 นี่ถือว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดาไปแล้ว ซึ่งแบรนด์สามารถสร้างประสบการณ์ที่ดี ๆ ให้กับกลุ่มเป้าหมายได้ ไม่ว่าจะผ่านการ sponsor หรือ colab กับผู้จัด หรือการที่แบรนด์จัดงานเปิดตัวสินค้าใหม่ด้วยลูกเล่นสนุกๆ น่าสนใจผ่าน live streaming และ สื่อ interactive ต่างๆ

การตลาดออนไลน์มีความสำคัญต่อโลกของธุรกิจออนไลน์ และมีเครื่องมือ ช่องทางให้คุณได้เลือกใช้อีกมากมายตามความเหมาะสม อย่างไรก็ตามไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนแปลงไปแค่ไหนก็ตาม การตลาดทั้งแบบเก่าและแบบใหม่ก็ยังมีประโยชน์ต่อการใช้งานอยู่ดี อยู่ที่ว่าเราจะเอามาปรับใช้กับสถานการณ์ไหนให้ได้ประสิทธิภาพ และประโยชน์กลับมามากที่สุด